สัญญาเซ้งร้าน คืออะไร? คือการทำสัญญาโอนสิทธิการเช่าจากผู้เช่าเดิมไปยังผู้เช่าใหม่ โดยผู้เช่าใหม่มักต้องจ่าย “ค่าเซ้ง” เพื่อแลกกับอุปกรณ์ ทำเล หรือฐานลูกค้าเดิม สิ่งที่ต้องตรวจสอบที่สุด คือสิทธิ์ในการเช่าช่วงจากเจ้าของตึก, ระยะเวลาสัญญาที่เหลือ, และภาระหนี้สินค้างชำระ เพื่อป้องกันการถูกฟ้องขับไล่หรือแบกรับหนี้โดยไม่รู้ตัว
การ “เซ้งร้าน” หรือการรับโอนสิทธิการเช่าช่วงต่อจากเจ้าของเดิม เป็นทางลัดในการเริ่มต้นธุรกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะคุณไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ มีฐานลูกค้าเดิม และมีอุปกรณ์พร้อมใช้งาน แต่ในความสะดวกสบายนั้น มักแฝงไปด้วยความเสี่ยงทางกฎหมายที่หาก “อ่านสัญญาไม่ขาด” อาจทำให้เงินก้อนโตที่คุณลงทุนไปกลายเป็นศูนย์ได้ในพริบตา
ขอสรุป 10 ข้อสำคัญในสัญญาเซ้งร้าน ที่คุณต้องตรวจสอบให้ละเอียดก่อนจรดปากกาเซ็นชื่อ
สารบัญ
10 ข้อสำคัญในสัญญาเซ้งร้าน
1. สิทธิในการให้เช่าช่วง (The Right to Sublease)
นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดของการ สัญญาเซ้งร้าน คุณต้องตรวจสอบว่า “เจ้าของตึกตัวจริง” อนุญาตให้เจ้าของร้านเดิมนำร้านมาเซ้งต่อได้หรือไม่
- จุดที่ต้องเช็ก: ขอดู “สัญญาเช่าฉบับหลัก” ระหว่างเจ้าของตึกกับผู้เซ้งคนเดิม หากในสัญญาระบุว่า “ห้ามเช่าช่วง” การเซ้งครั้งนี้จะถือเป็นโมฆะทันที และเจ้าของตึกมีสิทธิ์ไล่คุณออกได้ทุกเมื่อ
2. ระยะเวลาเช่าที่เหลืออยู่ (Remaining Lease Term)
ค่าเซ้งที่คุณจ่ายไปคุ้มค่ากับเวลาที่เหลือหรือไม่?
- ตัวอย่าง: หากคุณจ่ายค่าเซ้ง 500,000 บาท แต่เหลือสัญญาเช่าเพียง 1 ปี เท่ากับคุณมีต้นทุนคงที่เดือนละ 41,000 กว่าบาท (ยังไม่รวมค่าเช่ารายเดือน)
- คำแนะนำ: ควรมีเงื่อนไขระบุว่าเจ้าของตึกจะต่อสัญญาให้คุณอย่างน้อยกี่ปีหลังจบสัญญาเดิม
3. การโอนสิทธิ์การวางเงินประกัน (Security Deposit Transfer)
เมื่อจบสัญญา เงินประกันที่วางไว้กับเจ้าของตึกใครจะเป็นคนได้รับ?
- ในสัญญาเซ้งร้านต้องระบุให้ชัดเจนว่า “เงินประกันความเสียหาย” ที่วางไว้กับเจ้าของตึกแต่เดิมนั้น จะถูกโอนสิทธิ์มาเป็นของคุณ หรือเจ้าของเดิมจะยกให้คุณ เพื่อให้คุณได้รับเงินก้อนนี้คืนเมื่อย้ายออก
4. รายการทรัพย์สินและอุปกรณ์ (Inventory List)
อย่าตกลงกันแค่ปากเปล่าว่า “ให้ทุกอย่างในร้าน”
- วิธีแก้ปัญหา: ทำเอกสารแนบท้ายสัญญา (Annex) ระบุรายการอุปกรณ์ทุกชิ้น (ตู้เย็น, เตา, แอร์, โต๊ะ, เก้าอี้) พร้อมถ่ายรูปประกอบ หากชิ้นไหนเสียหรือใช้งานไม่ได้ต้องระบุไว้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตอนส่งมอบ
5. ภาระหนี้สินค้างชำระ (Outstanding Liabilities)
หนึ่งในความเสี่ยงใหญ่คือ “หนี้แฝง” ที่ติดมากับร้าน
- ต้องตรวจสอบ: ค่าน้ำ, ค่าไฟ, ค่าภาษีโรงเรือน หรือแม้แต่หนี้ซัพพลายเออร์วัตถุดิบเดิม ในสัญญาต้องระบุว่า “ภาระหนี้สินใดๆ ที่เกิดขึ้นก่อนวันทำสัญญาโอนสิทธิ์ เป็นความรับผิดชอบของผู้เซ้งคนเดิมทั้งสิ้น”
6. สิทธิ์ในการใช้ชื่อร้านและเครื่องหมายการค้า (Brand & Trademark)
คุณเซ้งเฉพาะที่ตั้ง หรือเซ้ง “ชื่อร้าน” ด้วย?
- หากคุณต้องการดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อเดิม ต้องระบุให้ชัดเจนว่าเจ้าของเดิมมอบสิทธิ์ในการใช้ชื่อ แบรนด์ โลโก้ และโซเชียลมีเดีย (Facebook Page, IG, TikTok) ให้กับคุณโดยสมบูรณ์
7. เงื่อนไขการปรับขึ้นค่าเช่า (Rent Escalation Clause)
เจ้าของตึกบางรายอาจใช้โอกาสที่เปลี่ยนตัวผู้เช่าในการ “ปรับขึ้นค่าเช่า”
- คุณควรคุยกับเจ้าของตึก (Landlord) โดยตรงก่อนเซ็นสัญญาเซ้ง เพื่อยืนยันว่าอัตราค่าเช่ารายเดือนจะเป็นเท่าเดิมตามสัญญาที่เหลืออยู่ หรือมีการปรับขึ้นในอัตราที่รับได้หรือไม่
8. การรับประกันหลังการขาย (Handover Support)
การเซ้งร้านที่ดีไม่ใช่แค่ได้กุญแจแล้วจบ
- Professional Tip: ควรมีข้อกำหนดให้เจ้าของเดิมช่วยดูแลหรือสอนงาน (Handover period) เช่น แนะนำซัพพลายเออร์ หรือสอนสูตรอาหาร เป็นเวลา 7-15 วัน เพื่อให้ธุรกิจรันต่อได้ไม่สะดุด
9. ข้อตกลงห้ามประกอบธุรกิจแข่ง (Non-Compete Clause)
ป้องกันกรณีที่เจ้าของเดิมเซ้งร้านให้คุณแล้ว ไปเปิดร้านแบบเดียวกันเป๊ะๆ อยู่ข้างๆ ร้านคุณ
- ควรระบุในสัญญาว่า “ผู้ให้เซ้งห้ามประกอบกิจการประเภทเดียวกันในระยะรัศมี … กิโลเมตร ภายในระยะเวลา … ปี”
10. กำหนดวันส่งมอบและค่าปรับ (Possession & Penalty)
ระบุวันส่งมอบสถานที่ให้ชัดเจน หากผู้ให้เซ้งไม่สามารถย้ายออกได้ตามกำหนด หรืออุปกรณ์เสียหายก่อนส่งมอบ จะต้องมีค่าปรับรายวันหรือการหักลดราคาเซ้งอย่างไร
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเซ้งร้าน
Q: เซ้งร้านต้องจดทะเบียนที่กรมที่ดินไหม?
- A: หากเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีกำหนดเกิน 3 ปี ต้องไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กรมที่ดิน มิเช่นนั้นจะฟ้องร้องบังคับคดีได้เพียง 3 ปีเท่านั้น
Q: ถ้าเจ้าของตึกไม่ยอมเซ็นรับทราบการเซ้ง จะเป็นอย่างไร?
- A: เสี่ยงมาก! หากเจ้าของตึกไม่ยินยอม การเช่าช่วงนั้นถือว่าผิดสัญญาเช่าฉบับหลัก เจ้าของตึกมีสิทธิ์ยกเลิกสัญญาและไล่คุณออกได้ทันทีโดยไม่ต้องคืนเงิน
Q: ค่าโอนสิทธิ์เปลี่ยนชื่อในสัญญา ใครต้องเป็นคนจ่าย?
- A: โดยปกติจะขึ้นอยู่กับการตกลงกัน แต่มักจะแบ่งคนละครึ่ง หรือผู้เช่าใหม่เป็นคนจ่าย ทั้งนี้ควรระบุให้ชัดเจนในสัญญา
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 544 (เรื่องการเช่าช่วง)
- คำแนะนำจากสภาทนายความแห่งประเทศไทย เรื่องการทำสัญญาเช่า
- ข้อมูลอ้างอิงจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เกี่ยวกับการโอนกิจการ
หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น การทำสัญญาทางกฎหมายควรปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนดำเนินการทุกครั้ง

บทความแนะนำ
- การลงทุนขายฝากคืออะไร? ปี 2025 | ดอกเบี้ยสูง ความเสี่ยงต่ำ
- ลงทุนอะไรดี 2025? หุ้น vs อสังหา vs ขายฝาก
- ขายฝาก vs ให้เช่า Passive Income 2025 แบบไหนคุ้ม
สนใจคอร์สเรียนอสังหาหรือปรึกษาด้านการลงทุนอสังหา
สถาบันสอนอสังหา Future Developer Academy






