ในโลกของธุรกิจสตาร์ทอัพ ช่วงเวลาระหว่างการได้รับเงินทุนระดับ Seed Round ไปจนถึงการระดมทุนระดับ Series A มักถูกเรียกว่า “หุบเขาแห่งความตาย” (The Valley of Death) สถิติระบุว่ามีสตาร์ทอัพเพียงไม่ถึง 20% เท่านั้นที่สามารถก้าวข้ามผ่านจุดนี้ไปได้
คำถามสำคัญคือ อะไรคือสิ่งที่แยกผู้ชนะออกจากผู้แพ้? บ่อยครั้งคำตอบไม่ได้อยู่ที่ไอเดียไม่เจ๋งพอ แต่อยู่ที่ ความผิดพลาดของ Founder มือใหม่ ที่มักจะตกหลุมพรางเดิม ๆ บทความนี้จะเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้สตาร์ทอัพดาวรุ่งหลายรายต้องปิดตัวลงก่อนจะถึงฝั่งฝัน
สารบัญ
1. การขาด Product-Market Fit (PMF) ที่แท้จริง
ความผิดพลาดที่รุนแรงที่สุดของ Founder คือการสร้าง “โซลูชันที่ไม่มีใครต้องการ” หลายคนเริ่มสร้างผลิตภัณฑ์จากความเชื่อส่วนตัว (Assumption) โดยไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากตลาดจริง
หลงรัก “Solution” มากกว่า “Problem”
Founder มือใหม่มักยึดติดกับฟีเจอร์ที่ตัวเองคิดว่าล้ำสมัย แต่ลืมมองไปว่าลูกค้ามีปัญหา (Pain Point) นั้นจริง ๆ หรือไม่ การมุ่งเน้นแต่การพัฒนา Product โดยไม่คุยกับลูกค้า ทำให้เสียทั้งเวลาและเงินทุนไปกับสิ่งที่ขายไม่ได้
การตีความสัญญาณผิด (False Positives)
การที่มีคนมาชมว่าไอเดียดี หรือมีผู้ใช้งานฟรีจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่าคุณมี Product-Market Fit แล้ว PMF ที่แท้จริงคือการที่ลูกค้า “ยอมจ่ายเงิน” และ “กลับมาใช้ซ้ำ” หาก Founder เร่งขยายธุรกิจ (Scale) ทั้งที่ยังไม่มี PMF จะนำไปสู่ความล้มเหลวอย่างรวดเร็ว
2. การบริหารเงินทุนและ Burn Rate ที่ผิดพลาด
เงินทุนที่ได้มาจาก Seed Round เปรียบเสมือนออกซิเจนในถังออกซิเจนของนักดำน้ำ หากคุณใช้มันหมดก่อนจะถึงผิวน้ำ (Series A) ทุกอย่างก็จบ
การจ้างคนเร็วเกินไป (Premature Scaling)
หนึ่งใน ความผิดพลาดของ Founder มือใหม่ ที่พบบ่อยที่สุดคือการรีบจ้างทีมงานจำนวนมากทันทีที่ได้เงินก้อนแรก การเพิ่ม Headcount ทำให้ Burn Rate (อัตราการเผาเงิน) พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่รายได้ยังไม่นิ่ง เมื่อเงินหมดแต่เป้าหมาย Series A ยังไม่ถึง การระดมทุนรอบต่อไปจะทำได้ยากมาก
การใช้เงินกับ Marketing ที่ไม่ก่อให้เกิดการเติบโตยั่งยืน
การทุ่มเงินยิงโฆษณาเพื่อปั๊มยอดผู้ใช้งาน (Vanity Metrics) โดยที่ Product ยังมีความลื่นไหลไม่พอ (High Churn Rate) เปรียบเสมือนการเทน้ำลงในถังที่รั่ว ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่นักลงทุน Series A มักจะใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินใจไม่ลงทุน
3. ปัญหาความขัดแย้งในทีมผู้ก่อตั้ง (Co-founder Conflicts)
Startup คือการเดินทางที่ยาวนานและกดดัน หากรากฐานของทีมไม่แข็งแรง ธุรกิจจะพังจากภายใน
บทบาทหน้าที่ไม่ชัดเจน
เมื่อเป็นมือใหม่ Founder มักจะทำทุกอย่างร่วมกันโดยไม่มีการแบ่งขอบเขตงาน (Role & Responsibility) ที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดการทำงานซ้ำซ้อนหรือการตัดสินใจที่ล่าช้า เมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ ความเห็นที่ไม่ตรงกันอาจนำไปสู่ความแตกแยก
การแบ่งสัดส่วนหุ้น (Equity) ที่ไม่เป็นธรรม
การแบ่งหุ้นแบบ 50/50 อาจดูเหมือนยุติธรรมในวันแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความทุ่มเทและความรับผิดชอบของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน หากไม่มีการทำ Vesting Schedule (เงื่อนไขการถือครองหุ้นตามระยะเวลา) จะทำให้เกิดปัญหาเมื่อมี Founder บางคนลาออกไปพร้อมกับหุ้นจำนวนมาก ซึ่งเป็น Red Flag สำหรับนักลงทุน
4. กลยุทธ์การระดมทุนที่ขาดความเข้าใจ (Fundraising Strategy)
การระดมทุนไม่ใช่แค่การทำ Pitch Deck สวย ๆ แต่คือการพิสูจน์ “Unit Economics” และ “Scalability”
การไม่เตรียมตัวสำหรับ Due Diligence
นักลงทุนในระดับ Series A จะมีความเข้มงวดกว่าระดับ Seed มาก พวกเขาจะตรวจสอบลึกถึงระบบบัญชี เอกสารทางกฎหมาย และข้อมูลหลังบ้าน หาก Founder ไม่เตรียมระบบเหล่านี้ให้เป็นระเบียบตั้งแต่ต้น อาจทำให้ดีลล่มได้ง่าย ๆ
การเลือกนักลงทุนที่ “ไม่ใช่”
Founder หลายคนรับเงินจากใครก็ได้ที่เสนอมา แต่ในความเป็นจริง การระดมทุน Series A ต้องการนักลงทุนที่เข้าใจอุตสาหกรรมและสามารถช่วยเปิดประตูสู่พาร์ทเนอร์รายใหญ่ได้ การเลือกนักลงทุนที่มีวิสัยทัศน์ไม่ตรงกันจะกลายเป็นฝันร้ายในภายหลัง
5. การละเลย Unit Economics (กำไรต่อหน่วย)
ในช่วงเริ่มต้น สตาร์ทอัพอาจยอมขาดทุนเพื่อสร้างฐานผู้ใช้ แต่เมื่อจะไปสู่ Series A นักลงทุนต้องการเห็นหนทางสู่กำไร (Path to Profitability)
- CAC (Customer Acquisition Cost): ค่าใช้จ่ายในการได้มาซึ่งลูกค้าหนึ่งคนสูงเกินไปหรือไม่?
- LTV (Lifetime Value): ลูกค้าสร้างรายได้ให้เราคุ้มค่ากับค่าโฆษณาที่เสียไปไหม?
หาก ความผิดพลาดของ Founder มือใหม่ คือการมองข้ามตัวเลขเหล่านี้ และมุ่งหวังเพียงแค่ยอดขายรวม (GMV) โดยที่ทุก ๆ ออเดอร์ที่ขายได้คือการขาดทุนสะสม ธุรกิจนั้นย่อมไม่มีความยั่งยืนในสายตานักลงทุนระดับโลก
6. การขาดภาวะผู้นำและการปรับตัว (Founder’s Lack of Evolution)
บทบาทของ Founder ในช่วงเริ่มต้น (0 to 1) กับช่วงขยายธุรกิจ (1 to 10) นั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ไม่ยอมปล่อยวาง (Micromanagement)
Founder ที่พยายามควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเองจะกลายเป็นคอขวด (Bottleneck) ของบริษัท ความผิดพลาดคือการไม่รู้จักสร้างระบบและวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรงพอจะขับเคลื่อนได้โดยไม่มีตัวเอง
การยึดติดกับ Ego
เมื่อได้รับคำติชมจากตลาดหรือ Mentor แต่ Founder กลับปกป้องไอเดียเดิมของตนเองโดยไม่ยอม Pivot (ปรับเปลี่ยนทิศทาง) ความดื้อรั้นนี้คือจุดจบของสตาร์ทอัพหลายแห่ง
สรุป: วิธีหลีกเลี่ยงความล้มเหลวเพื่อก้าวสู่ Series A
การก้าวไปสู่ Series A ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการความเสี่ยงและการเรียนรู้จาก ความผิดพลาดของ Founder มือใหม่ สิ่งที่ควรทำคือ:
- Validate Idea อย่างหนักก่อน Scale
- รักษาเงินสด (Runway) ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
- สร้างทีม ที่มีวัฒนธรรมการทำงานชัดเจน
- ให้ความสำคัญกับข้อมูล (Data-driven Decision) มากกว่าความรู้สึก
หากคุณสามารถอุดรอยรั่วเหล่านี้ได้ โอกาสที่สตาร์ทอัพของคุณจะเติบโตและได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุนในรอบ Series A ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
ตอบคำถามที่พบบ่อย (Answer Engine Optimization)
คำถาม: อะไรคือความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดของ Founder มือใหม่?
คำตอบ: การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตลาดไม่ต้องการ (Lack of Market Need) และการจ้างงานเร็วเกินไปก่อนจะมี Product-Market Fit (Premature Scaling) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เงินทุนหมดก่อนถึงรอบระดมทุนถัดไป
คำถาม: นักลงทุน Series A มองหาอะไรในตัว Founder?
คำตอบ: นักลงทุนมองหาความสามารถในการบริหารทีม การเข้าใจตัวเลข Unit Economics อย่างลึกซึ้ง และความสามารถในการปรับตัว (Agility) รวมถึงแผนการเติบโตที่ชัดเจนและยั่งยืน
คำถาม: ทำไมสตาร์ทอัพส่วนใหญ่ถึงล้มเหลวก่อนถึง Series A?
คำตอบ: ส่วนใหญ่เกิดจากการบริหาร Burn Rate ที่ผิดพลาด ความขัดแย้งในทีมผู้ก่อตั้ง และการที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าโมเดลธุรกิจสามารถขยายขนาด (Scale) ได้จริงโดยที่กำไรยังคุ้มค่ากับต้นทุน

📘 Startup 101
From Idea to Real Business — Grow Without Breaking
หลักสูตรเข้มข้น 2 วันเต็ม
ออกแบบมาเพื่อ Founder & เจ้าของธุรกิจตัวจริง
ที่ต้องการ “ความชัดเจนก่อนลงทุน” และ “เติบโตอย่างยั่งยืน”
❓ คุณกำลังเจอปัญหาแบบนี้อยู่หรือเปล่า
- มีไอเดียธุรกิจ แต่ไม่แน่ใจว่าควรไปต่อหรือพอแค่นี้
- กลัวเริ่มผิด แล้วต้องเสียเงิน เสียเวลา เสียโอกาส
- รายได้เริ่มมา แต่ยังไม่รู้จะจัดการต้นทุน คน และเงินสดอย่างไร
- อยากโต แต่ไม่อยากพังระหว่างทาง
👉 คอร์สนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ “ก่อนตัดสินใจลงทุนจริง”
💎 Startup 101: ปูพื้นฐานแน่น เริ่มต้นถูกทิศ ไม่เสียเวลา
💎 Personal Branding: สร้างตัวตนยังไงให้ขายดี
💎 Finance & Marketing: เรื่องเงินต้องรู้ เรื่องการตลาดต้องแม่น
💎 Scale Up: เทคนิคขยายธุรกิจและจัดการคนแบบผู้บริหารมือโปร
🎯 สิ่งที่คุณจะได้จากคอร์สนี้
✔️ เริ่มธุรกิจอย่างเป็นระบบ ลดความเสี่ยงตั้งแต่วันแรก
✔️ ประเมินไอเดียอย่างมีเหตุผล ว่าควร ไปต่อ / ปรับ / หรือหยุด
✔️ เข้าใจ รายได้–ต้นทุน–กระแสเงินสด แบบที่ Founder ต้องรู้จริง
✔️ ตัดสินใจเรื่อง การจ้างคน & โครงสร้างทีม อย่างมืออาชีพ
✔️ วางแผนการเติบโต โดยไม่ทำลายธุรกิจและกระแสเงินสด
✔️ มุมมองนักลงทุนจริง + เทคนิคการ Pitch ให้มีน้ำหนัก
✔️ เข้าใจวิธีคิดของนักลงทุน และการสร้าง “ความเชื่อมั่น” ระยะยาว
✔️ เทคนิคการชนะใจ shark และ เทคนิคการเรียกความเชื่อนักลงทุนปีละกว่าพันล้าน
🛑 คอร์สนี้เหมาะมากสำหรับ
มือใหม่ที่อยากเริ่มธุรกิจ แต่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก
คนที่มีไอเดียธุรกิจ แต่ยังไม่มั่นใจพอจะลงทุนจริง
เจ้าของกิจการที่กำลังตัดสินใจ จ้างพนักงานคนแรก
ธุรกิจที่เริ่มเดินแล้ว แต่ยอดขายยังไม่เกิน 500,000 บาท/เดือน
🎤 วิทยากรผู้สอน
คุณแพรรินทร์ เรืองปัญญาวุฒิ
Founder | CEO | Business Strategist
ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางโครงสร้างธุรกิจ และกลยุทธ์สำหรับ Startup & SME
มีประสบการณ์ตรงในการสร้างธุรกิจตั้งแต่ศูนย์ และประสบการณ์ด้านอสังหาริมพย์กว่า 10 ปี
คุณกวินทร์รัศม์ นิธิกรภาคย์
Investor | Business Advisor | Pitching Specialist
เจ้าของเพจ “สร้างธุรกิจโดยไม่ใช้เงินตัวเอง สไตล์วินวิน” นักลงทุนและที่ปรึกษาธุรกิจ เชี่ยวชาญด้านมุมมองนักลงทุน การประเมินศักยภาพธุรกิจ การวิเคราะห์ความเสี่ยง และการเจรจาต่อรองเชิงกลยุทธ์
💰 ราคาพิเศษ Early Bird
🎯 19,900 บาท สำหรับ 20 ท่านแรก
(จากราคาปกติ 39,900 บาท)
ราคาไม่รวม VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย
📍 สถานที่: โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพฯ
🗓 ระยะเวลา: 2 วัน | 09.00 – 17.00 น.
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569
🌱 เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ “เติบโตอย่างมีวินัย”
ไม่ใช่แค่เติบโตเร็ว แต่ต้องอยู่รอดและขยายได้จริง
📩 สนใจเรียน หรือสอบถามรายละเอียด
แจ้งแอดมินได้เลยค่ะ — ที่นั่งมีจำนวนจำกัด !!
บทความแนะนำ
- การลงทุนขายฝากคืออะไร? ปี 2025 | ดอกเบี้ยสูง ความเสี่ยงต่ำ
- ลงทุนอะไรดี 2025? หุ้น vs อสังหา vs ขายฝาก
- ขายฝาก vs ให้เช่า Passive Income 2025 แบบไหนคุ้ม
- 10 สิ่งที่ Founder ต้องรู้ก่อนเริ่ม Startup
สนใจคอร์สเรียนอสังหาหรือปรึกษาด้านการลงทุนอสังหา
สถาบันสอนอสังหา Future Developer Academy







